top of page
ค้นหา

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์ของคุณเป็นประเภทใด


ที่ปรึกษาการวิจัยหรือที่รู้จักกันในชื่อที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือพี่เลี่ยง

มีบทบาทสำคัญในการชี้แนะและสนับสนุนนักศึกษาผ่านโครงการวิจัย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับบัณฑิตศึกษาและปริญญาเอก

ประเภทของที่ปรึกษาการวิจัยอาจแตกต่างกันไปตามแนวทาง สไตล์ และการมีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัย สามารถแบ่งคร่าวๆ ได้ต่อไปนี้


1. Hands-On Mentor

[ที่ปรึกษาที่มีส่วนร่วม]


ลักษณะ: ที่ปรึกษาประเภทนี้มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในกิจกรรมประจำวันของโครงการวิจัย พวกเขาอาจให้คำแนะนำแบบลงมือปฏิบัติจริง เสนอข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับวิธีการ และมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแข็งขัน

ข้อดี: นักศึกษาจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของอาจารย์ที่ปรึกษาและได้รับความเข้าใจโดยละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการวิจัย

จุดด้อย: นักศึกษาบางคนอาจรู้สึกอิสระในการทำวิจัยน้อยลง


2. Facilitator

[ผู้อำนวยความสะดวก]


ลักษณะเฉพาะ: ที่ปรึกษาประเภทอำนวยความสะดวก/วิทยากร

มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัย พวกเขาให้การสนับสนุน ช่วยเหลือด้านข้อมูลและการประสานงานต่างๆ แต่ก็ยังให้นักศึกษามีอิสระในการออกแบบและดำเนินโครงการเอง

ข้อดี: นักศึกษามีอิสระมากขึ้นในการสำรวจแนวคิดของตนเอง และพัฒนาความเป็นอิสระในการทำวิจัย

จุดด้อย: นักศึกษาบางคนอาจพบว่าการนำทางโดยไม่มีคำแนะนำโดยตรงนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย


3. Strategist

[นักยุทธศาสตร์]


ลักษณะเฉพาะ: ที่ปรึกษานี้มีความเป็นเลิศในการช่วยให้นักศึกษากำหนดแนวความคิดของกลยุทธ์การวิจัยของตน ช่วยในการขัดเกลาคำถามการวิจัย การเลือกวิธีการ และสรุปแผนการวิจัยโดยรวม

ข้อดี: นักศึกษาจะได้รับประโยชน์จากการออกแบบการวิจัยที่มีโครงสร้างและคิดมาอย่างดี

จุดด้อย: นักศึกษาบางคนอาจต้องการคำแนะนำโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแง่มุมเฉพาะของกระบวนการวิจัย


4. Supportive Mentor

[พี่เลี้ยงที่คอยสนับสนุน]


ลักษณะ: พี่เลี้ยงที่ให้การสนับสนุนทั้งในด้านอารมณ์และด้านวิชาการ ให้กำลังใจและคำแนะนำ พวกเขาอาจไม่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งในด้านเทคนิคของการวิจัย แต่มีบทบาทสำคัญในความเป็นอยู่โดยรวมของนักศึกษา

ข้อดี: นักศึกษารู้สึกได้รับการสนับสนุนและมีแรงบันดาลใจตลอดเส้นทางการวิจัย

จุดด้อย: นักศึกษาบางคนอาจพลาดคำแนะนำแบบลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการวิจัย


5. Collaborative Advisor

[ที่ปรึกษาแบบให้ความร่วมมือ]


ลักษณะ: ที่ปรึกษาประเภทนี้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนักศึกษาในโครงการวิจัย พวกเขาอาจร่วมเขียนบทความ ทำงานร่วมกันในการทดลอง และมีส่วนร่วมในการวิจัยความสัมพันธ์ที่มีการทำงานร่วมกันมากขึ้น

ข้อดี: นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์โดยตรงในการวิจัยร่วมกันและรับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของอาจารย์ที่ปรึกษา

จุดด้อย: นักศึกษาบางคนอาจพบว่ามันเป็นเรื่องท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความคิดของตนเองกับความคิดของที่ปรึกษา


6. Specialist

[ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน]


ลักษณะ: ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมีความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะของสาขาและแนะนำนักศึกษาในเชิงลึกภายในสาขาเฉพาะทาง พวกเขาอาจให้ความรู้เฉพาะทางสูง แต่คำแนะนำอาจไม่กว้างนัก

ข้อดี: นักศึกษาจะได้รับประโยชน์จากการเจาะลึกการวิจัยในสาขาเฉพาะ

จุดด้อย: ความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาอาจถูกจำกัดอยู่ในขอบเขตที่แคบ

...

ประสิทธิผลของงานวิจัยที่เป็นผลจากความระหว่างที่ปรึกษากับนักศึกษา

มักขึ้นอยู่กับการจับคู่ระหว่างสไตล์ของที่ปรึกษากับความต้องการและความชอบของนักศึกษาด้วย

ถ้าสไตล์เข้ากัน หรือไม่แตกต่างกันเกินไป ความสำเร็จก็เป็นไปได้ไม่ยาก

ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page