top of page
ค้นหา

10 ขั้นตอนการทำวิจัยที่เสียเวลามากที่สุด




กระบวนการวิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์มีขั้นตอน ‘เยอะสิ่ง’ [ยาวไกล และมองไม่ค่อยเห็นปลายทาง] และความยาวของแต่ละขั้นอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาขาที่ศึกษา หัวข้อวิจัย สถาบัน นิสัยการทำงานของแต่ละบุคคล และที่สำคัญ Ego ของอาจารย์ดโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์สถิติ [ที่โดยมากมักจะถูกเชิญมาจากสถาบันอันดับต้นๆ ของประเทศ] ต่อไปนี้คือการจัดอันดับโดยทั่วไปของขั้นตอนวิทยานิพนธ์จากยาวที่สุดไปสั้นที่สุด โดย ChatGPT


1. การค้นคว้าและทบทวนวรรณกรรม

[Research and Literature Review]


การรวบรวมและสังเคราะห์งานวิจัยที่มีอยู่ เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากหัวข้อกว้างหรือมีวรรณกรรมให้ทบทวนมากมาย กว่าจะได้ความสัมพันธ์ [Correlation Coefficient หรือ Regression Weight] มาเชื่อมโยงแต่ละคู่ตัวแปร


2. การวิเคราะห์ข้อมูล

[Data Analysis]


การวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดข้อมูลขนาดใหญ่หรือการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะโมเดลสมการโครงสร้าง [SEM] ต้องไปศึกษาจาก Google & YouTube จากอาจารย์ทั้งไทย ฝรั่ง จีน รัสเซีย อินเดีย ฯลฯ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็น “เทอมๆ” แถมพอได้ข้อมูลมาจริง ก็ต้องมาดัดปรับ ตรวจสอบ assumption ก่อน 4-5 ขั้นตอน จากนั้นกำหนดวิธีประมาณค่าพารามิเตอร์ และลุ้นปรับโมเดลอีกเป็นสิบเป็นร้อยเส้นกว่าจะได้ AGFI เกิน .900 และ index อื่นๆ ผ่านหมด แถมพอเสร็จ ก็มีค่า VIF AVE CR DE IE TE ซึ่งก็ต้องกลับไปค้นอีกว่ามันหายังไง [แน่นอนว่าอาจารย์ไม่ได้ช่วยให้คำตอบ มีแต่ไล่ให้ไปหาวิธีเอง]

ที่สำคัญ หลังจากคดีทุจริตซื้อปริญญาของอาจารย์สถาบันชื่อดัง มาตรฐานใหม่ก่อนสอบ defend นักศึกษาจะต้อง ‘ทดลอง run ผลสถิติ’ ให้อาจารย์สถิติดู ‘แทบทุกสถาบัน


3. การรวบรวมข้อมูล

[Data Collection]


ขึ้นกับวิธีการ การรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพหรือเชิงปริมาณอาจใช้เวลานาน แจกทาง social media ก็แล้ว ส่งไปให้เพื่อนและคนรู้จักทำ สมัครกลุ่ม facebook ก็แล้ว ข้อมูลที่ได้มาก็ตัองมาคัดพวกตอบ 5 ยาวพรืดทิ้งอีก ไม่รวมกระบวนการขออนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาของสถาบัน (IRB) สำหรับการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ที่จะต้องกรอกเอกสาร 10+ ฟอร์ม


4. การเขียนร่างฉบับแรก

[Writing the First Draft]


การเขียนฉบับร่างฉบับเต็มฉบับแรก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำเสนอวิธีการ การวิเคราะห์ข้อมูล ตารางเป็นสิบๆ ร้อยๆ ผลการทดสอบ H0 H1 และการสร้างเรื่องเล่าที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับผลการวิจัย การอภิปรายผลที่ได้เทียบกับงานวิจัยที่ผ่านๆ มา การสังเคราะห์ผลในการนำไปใช้เสนอแนะนโยบายหรือกลยุทธ์ต่างๆ ฯลฯ


5. การทบทวนและการแก้ไข

[Revising & Editing]


การแก้ไขอาจเป็นมหากาพย์ที่ยาวนานจากข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการวิทยานิพนธ์ 5 ท่าน 50 ล้านความคิด ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขและเขียนใหม่หลายรอบกว่าจะถูกใจทุกคน และคำว่าข้อเสนอแนะ ส่วนใหญ่คือ feedback ว่าดีไม่ดียังไง ข้อมูลพอหรือยัง วิเคราะห์มา OK หรือไม่ และแน่นอนว่าคำแนะนำมัน ‘กว้างโคตรๆ’ ไม่ก็บอกอะไร ‘นิดๆ หน่อยๆ’


6. การพัฒนาระเบียบวิธี

[Developing the Methodology]


การออกแบบการวิจัยและระเบียบวิธี อาจเป็นกระบวนการที่ต้องทำซ้ำๆ เนื่องจากต้องมีความละเอียดรอบคอบและสามารถสอบป้องกันได้ เช่น ตัวอย่างควรเป็นเท่าไร จะใช้ DanielSoper หรือ G*Power หรือใช้ Cochran หรือโชคดีหน่อยเจออาจารย์ที่ยัง ‘ดักดาน’ กับ Taro Yamane คำนวณยังไง ระดับ error เท่าไร ค่า Effect Size ค่า Power เป็นเท่าไร หรือค่า reliability ให้ทำ 2 รอบ ค่า Validity ต้องทำ CVI หรือไม่ ต้องทำ 1st order CFA / 2nd ordered CFA หรือไม่ ฯลฯ


7. การพัฒนาหัวข้อและการสอบป้องกัน

[Proposal Development & Defense]


การเขียนข้อเสนอและการเตรียมพร้อมสำหรับการป้องกันนั้นรวมถึงแผนงานโดยละเอียดสำหรับวิทยานิพนธ์ และอาจต้องใช้เวลามากในการทำให้ถูกต้อง กว่าจะคิดหัวข้อได้ หาตัวแปรแฝงหรือ construct อื่นๆ มาเชื่อมโยง หาศัพท์ที่เกี่ยวข้อง กำหนดวัตถุประสงค์ เอาสั้นๆ กระชับๆ กว่าจะสอบได้แก้แล้วแก้อีก สอบเสร็จก็ไม่วายจะต้องแก้อีกหลายรอบ กว่าจะ ‘ถูกใจ’ [ไม่ได้แปลว่าถูกต้องนะ]


8. บทคัดย่อและบทนำ

[Abstract and Introduction]


ส่วนเหล่านี้อาจสั้นกว่าส่วนอื่นๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งและมักมีการแก้ไขหลายครั้ง [ที้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ] เพื่อให้สะท้อนถึงเนื้อหาของวิทยานิพนธ์ได้อย่างถูกต้อง บางสถาบันที่เคร่งครัดจะไม่ให้ยาวเกิน 1 หน้า A4


9. สรุป

[Conclusion]


การรวบรวมหัวข้อการวิจัยทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างข้อสรุปที่ชัดเจน อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาไม่นานเท่าช่วงแรกๆ


10. การจัดรูปแบบและการปรับแต่งขั้นสุดท้าย

[Formatting and Final Touches]


การปฏิบัติตามแนวทางการจัดรูปแบบเฉพาะและการปรับแต่งขั้นสุดท้ายมักจะเกิดขึ้นช้าและอาจใช้เวลานาน ตั้งแต่การเขียนให้ถูกต้องตาม format ของ APA หรือของสถาบัน กั้นหน้ากั้นหลัง เว้น paragraph อันแสนวุ่นวาย แต่อย่างไรกาม ถ้าผ่านมา 9 ขั้นตอนแล้วก็ถือว่าเบา ไม่เข้มข้นเท่าขั้นตอนแรกๆ

LONEWOLF


ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page